Skip to content

Nitivat

ดอกสว่าน HSS vs Carbide vs Cobalt

ดอกสว่าน HSS (High Speed Steel) มีความแข็งแรง แม้จะน้อยกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน แต่ทนการสึกหรอได้ดี ทำให้ใช้งานที่ความเร็วสูงได้ดี เหมาะกับไม้เนื้อแข็ง, โลหะ, พลาสติก ดอก Cobalt (เช่น M35) มีการผสม Cobalt เพิ่ม 5-7% ทำให้ทนความร้อนได้สูงขึ้นมาก มีจุดหลอมละลายที่ 1495 องศาเซลเซียส เทียบกับ 600 องศาเซลเซียส ใน HSS ทนความร้อนและใช้รอบได้สูงกว่า HSS ทั่วไปมาก นิยมเมื่อจำเป็นต้องใช้แบบไม่มีสารหล่อเย็นต่อเนื่อง ใช้ได้ดีกับวัสดุแข็งเช่นวัสดุขัด (Abrasive Material), ทองเหลือง, ไทเทเนี่ยม, สแตนเลส, เหล็ก ทั้งนี้ ดอกมีความเปราะต้องระมัดระวังเรื่องการกระทบกระแทกรุนแรง ดอก Tungsten Carbide แข็งและเปราะกว่าดอกชนิดอื่นๆ ทนความร้อนได้สูงกว่า Cobalt สามารถเจาะลงหิน ดินเผา คอนกรีตได้ รักษาความคมได้ยอดเยี่ยม เพื่อลดความเสียหายของดอกสว่าน – ควรดูแลให้แนวเจาะนิ่ง ไม่ขยับระหว่างเจาะ อาจต้องแคลมป์ยึดชิ้นงานหากเป็นไปได้ – มีเวลาพักลดความร้อนดอกสว่าน หรือใช้สารหล่อเย็นร่วมด้วย – คอยสังเกตรอยสึกหรอของดอกสว่านเมื่อใช้ที่ความเร็วต่างๆกับวัสดุต่างๆ ทดสอบปรับเพิ่มลดเบอร์เครื่องเจาะให้ได้ความเร็วที่เหมาะสม โดยทั่วไป เริ่มช้าก่อน แล้วปรับขึ้นเรื่อยๆกระทั่งพบความเสียหายมากเทียบกับปริมาณการเจาะหรือวัสดุที่เกี่ยวข้องมีการร้อนไหม้ เลือกชนิดและความเร็วดอกสว่านให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้งานเจาะเป็นไปด้วยดีโดยไม่สิ้นเปลืองแล้วครับผม

ขัดเงาโลหะง่ายนิดเดียว

วีดีโอแรกของทาง kidmai store ครับ ขัดเงาผิวโลหะง่ายนิดเดียว อุปกรณ์ เครื่องเจียรสายอ่อน ลูกยางขัดผิว บอลกำมะหี่ขัดเงา น้ำยาขัดเงา ครีมเพชรขัดเงา W28, W14, W5, W1.5

การเลือกใช้ตัวนำความร้อน

ตัวนำความร้อนระหว่างสองพื้นผิวมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมักมีจุดแข็ง ข้อดีและข้อเสียต่างกัน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักตัวนำความร้อนและการเลือกใช้ตัวนำความร้อนแต่ละชนิดกัน [ สรุปย่อ – หลักทั่วไป การใช้ตัวนำความร้อนเช่นซิลิโคนนำความร้อนต่างๆ จะส่งผลดีต่อการนำความร้อนเสมอ เนื่องจากสองพื้นผิวใดๆ จะมีอากาศแทรก ตัวนำความร้อนมีหน้าที่แทนที่เพื่อนำความร้อนแทนอากาศซึ่งค่าการนำความร้อนต่ำมาก ดังนั้นการเลือกคือ เลือก “บางที่สุดที่ให้ผิวสัมผัสทั้งสองด้านได้ดี” – ซิลิโคนแผ่น ชนิดแผ่นใช้งานได้ง่าย กันไฟฟ้า มีหลายความหนา ช่วยให้ใช้งานได้เสมอ แต่จะมีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพ – ซิลิโคนเหลว มักมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า กันไฟฟ้าได้พอประมาณ ชนิดแผ่นตัวท็อปๆอาจนำได้จริงเทียบเท่าชนิดเหลวระดับกลาง-ล่าง – ตัวนำความร้อนชนิดกาว ตัวนำความร้อนที่มีกาวในตัวมักมีค่าการนำความร้อนที่น้อยลงมา แต่ช่วยให้มีความสะดวกในการใช้งานในหลายๆกรณี – ค่าการนำความร้อน (W/mK) บอกถึงความสามารถของเนื้อวัสดุในการนำความร้อน อย่างไรก็ดี ตัวนำความร้อนที่มีค่าการนำความร้อนสูงอาจไม่ได้ให้ ผลลัพท์ที่ดีกว่าตัวนำที่มีค่าการนำความร้อนต่ำกว่าเสมอไป – แผ่นกราไฟต์ มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ คือการนำความร้อนในด้านข้าง แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะแทนที่อากาศได้ดีแบบ ของเหลวหรือแผ่นซิลิโคนที่หนานุ่ม การใช้งานจะเป็นการใช้งานร่วมกับตัวนำความร้อนทั่วไป ไม่สามารถใช้ทดแทนได้ – แผ่นไมก้า (ชนิดซิลิโคน) ประกอบจากเส้นใยเคลือบซิลิโคน มีคุณสมบัติที่ดีในระยะยาวในการกันไฟ กันไฟฟ้า ยากที่จะซีกขาด และทนความร้อนได้สูง ค่าการนำความร้อนจะเทียบไม่ได้กับซิลิโคนอื่นๆ – แผ่นชิมโลหะ (Shim) เป็นแผ่นโลหะบางผลิตจากโลหะที่นำความร้อนได้ดีเช่นทองแดงหรืออลูมิเนียม เป็นหนึ่งในทางเลือกทดแทนซิลิโคนชนิดแผ่นที่ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก โดยจะใช้แผ่นโลหะที่มีความหนาเหมาะสมร่วมกับซิลิโคนเหลว] ข้อดีของการใช้เครื่องมือระบายความร้อน ? เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ คุณสมบัติของตัวนำไฟฟ้าส่วนใหญ่ นำไฟฟ้าได้น้อยลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูง ดังนั้นประสิทธิภาพมักจะลดลง หรืออาจมีกลไกกดประสิทธิภาพเพื่อป้องกันความเสียหายเมื่ออุณหภูมิสูง ป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ ชิพและวงจรส่วนใหญ่มีค่าอุณหภูมิที่ยอมรับได้ และอาจไม่มีกลไกการป้องกันความเสียหายด้วยตัวเอง การช่วยระบายความร้อนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ ทั้งต่อตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เอง และอุปกรณ์ประกอบ เช่น กล่องใส่ ชิ้นส่วนกลไกอื่นๆ ส่วนใหญ่ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้นเมื่อเจออุณหภูมิสูง หรือการเปลี่ยนอุณหภูมิที่ฉับพลัน การมีกลไกระบายความร้อนจะเน้นช่วยลดอุณหภูมิโดยรวม และลดการเปลี่ยนอุณหภูมิที่ฉับพลันได้ เป็นกลไกหลักของการใช้งาน อุปกรณ์บางชนิดเช่นแผ่น Peltier ทำงานโดยการดึงความร้อนจากฝั่งหนึ่งของแผ่นไปสู่อีกฝั่ง ดังนั้นการระบายความร้อนจากฝั่งร้อน หรือการระบายความเย็นออกจากฝั่งเย็นจึงเป็นส่วนหลักของการทำงาน Changelog: 26-Nov-2021: Simplified Article 08-Feb-2021 : First Published

ข้อมูลและคู่มือสินค้า: โมดูลควบคุมอุณหภูมิ W1209


คู่มือสินค้า วงจรควบคุมอุณหภูมิ W1209 ทั่วไป
ขนาด: 48x40x14 มมช่วงวัดอุณหภูมิ: -50 ถึง +110oC
ความละเอียดช่วง -9.9 ถึง 99.9oC : 0.1oC
ความละเอียดช่วงอื่นๆ: 1oC
ความละเอียดในการควบคุม: 0.1oC
ความถี่การอัพเดตการแสดงผล: 0.5 วินาทีหัววัดอุณหภูมิกันน้ำได้ระดับ: 0.5 เมตร ไฟฟ้า
แรงดันไฟฟ้าใช้งาน: 12V DC
กระแสเลี้ยงวงจร: <=0.035 A
 (Static)กระแสเลี้ยงวงจร: <=0.065 A
 (สูงสุด)กระแสสูงสุดที่ควบคุมได้: 10 A
จำนวนช่องควบคุม: 1 ช่อง สภาพแวดล้อมใช้งานอุณหภูมิใช้งาน: -10 ถึง 60oC
ความชื้นใช้งาน: 20-85% ดาวน์โหลดคู่มือ PDF ฉบับย่อ การใช้งานทั่วไป 
ต่อไฟ 12V DC เลี้ยงวงจร และต่อหัววัดอุณหภูมิ หน้าจอแสดงผลจะแสดงอุณหภูมิที่วัดได้ ต่อสายไฟที่เราต้องการควบคุมผ่าน K0 และออกทาง K1 การ
กดปุ่มเมนูตั้งค่า (SET) แล้วปล่อย ตัวเลขบนจอจะกระพริบอยู่ที่ค่าๆหนึ่ง เราสามารถกดปุ่มเพิ่ม/ลด เพื่อเลือกอุณหภูมิที่เราต้องการได้ เมื่อตั้งค่าแล้ว รอประมาณ 2 วินาทีหน้าจอก็จะกลับเป็นหน้าอุณหภูมิปกติ 
กดปุ่มเมนูตั้งค่า (SET) ค้าง (ประมาณ 5-6 วินาที) จนกระทั่งขึ้นอักษรเช่น P0 หรือ P1 หรือ P ตามด้วยเลขอื่นๆ จะเป็นการเข้าเมนูเพื่อตั้งค่าเครื่อง เมื่อตั้งค่าแล้ว รอประมาณ 2 วินาทีหน้าจอก็จะกลับเป็นหน้าอุณหภูมิปกติ **บางโมเดล เมนู P0-8 อาจต่างบ้าง เช่นไม่มี P6 หรือ/และ P8 ใช้การกดเพิ่ม/ลด ค้างพร้อมกันเพื่อล้างค่าแทน หรือ P5 อาจเป็นหน่วยนาที 1-10 หรือ เป็นวินาที 0-600 เมนู P0: คุมว่าเราใช้เป็นฮีทเตอร์… Read More »ข้อมูลและคู่มือสินค้า: โมดูลควบคุมอุณหภูมิ W1209